สิวที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของเรามีหลายชนิด และแต่ละชนิดก็มีสาเหตุของการเกิดที่แตกต่างกันไป ดังนั้นหากอยากรักษาให้หายขาด ต้องรักษาให้ตรงจุดและแก้ที่ต้นต่อ ดังนั้นในวันนี้เราจึงมีวิธีการรักษาสิวแบบง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยรักษาตามประเภทของสิวนั้น ๆ ให้ใบหน้ากลับมาสวยใสกลายเป็นเด็กอีกครั้ง
วิธีรักษาสิว
แบ่งแนวทางการรักษาตามประเภทของสิว ดังต่อไปนี้
1. สิวหัวดำ
เกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งความเครียด ร่างกายผลิตไขมันหล่อเลี้ยงใบหน้ามากเกินไป และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยมีลักษณะเป็นเม็ดแข็ง ๆ สาก ๆ ไม่มีอาการเจ็บปวด แนวทางการรักษาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide ซึ่งมีฤทธิ์ในการลดการอุดตันของต่อมไขมัน สำหรับผู้เริ่มต้นควรใช้ความเข้มข้น 2.5% แล้วค่อยขยับเพิ่มเป็น 5 และ 10% หากเริ่มปรับตัวได้ให้ใช้สกินแคร์ที่มี AHA และ BHA โดยใช้ AHA สำหรับการกำจัดผิวเซลล์ผิวที่ตายแล้วและป้องกันการเกิดสิว ส่วน BHA ใช้สำหรับการละลายไขมันในรูขุมขนและลดการเกิดสิวอุดตัน
2. สิวหัวขาว
มีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ แต่ไม่มีหัว สามารถลุกลามเป็นสิวอักเสบได้ง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุที่หลายคนแนะนำว่าไม่ควรล้าง แคะ แกะสิว เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้นนั่นเอง แนวทางในการรักษาใช้เซรั่มละลายสิวจนกว่าหัวสิวจะเปิด แล้วทำการกดออก
3. สิวอักเสบ
แบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้
- สิวอักเสบแบบตุ่มนูนแดง มีขนาดเล็กและพัฒนาจากสิวอุดตัน ไม่มีอาการเจ็บปวด แนวทางในการรักษา ควรล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน และห้ามสครับผิว เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น
- สิวหัวหนอง เป็นสิวที่มักพบได้บ่อยที่สุด โดยมีลักษณะเป็นตุ่มแดงและมีหัวสีเหลือง โดยมีสาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจทำให้เกิดการแทรกซ้อนรุนแรงกว่าตุ่มนูนแดง แนวทางในการรักษา ควรล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน ห้ามสครับผิว และใช้ยาแต้มสิววันละ 2 – 3 ครั้ง
- สิวอักเสบขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นตุ่มแดงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง ระดับความเจ็บปวดจัดได้ว่าเข้าขั้นทรมาน มีสาเหตุเกิดจากการกดหรือบีบสิวตุ่มนูนแดง กระตุ้นให้เกิดการลุกลามของแบคทีเรีย แนวทางในการรักษา ควรล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน ห้ามสครับผิว และใช้ยาแต้มสิววันละ 2 – 3 ครั้ง
- สิวหัวช้าง เป็นสิวอักเสบที่มีความรุนแรงที่สุด มีลักษณะเป็นตุ่มใหญ่ทั่วใบหน้า โดยเป็นการรวมตัวกันของสิวอักเสบทั้ง 3 ประเภทที่กล่าวไปก่อนหน้า กลายเป็นสิวหัวช้างเพียงหนึ่งเดียว หากหัวสิวแตกจะมีเลือดและหนองไหลจนทำให้เกิดหลุมสิว แนวทางในการรักษา ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยตนเอง
สาว ๆ หนุ่ม ๆ คนไหนที่เป็นสิวก็อย่าลืมมองหาแนวทางในการรักษาอย่างเหมาะสม โดยวิเคราะห์จากสภาพผิวหน้าของตัวเองว่าเป็นอย่างไร เป็นสิวประเภทไหน และรักษาไปตามอาการจึงจะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น
