แน่นอนอยู่แล้วว่าเมื่อเรากลายมาเป็นวัยผู้ใหญ่แล้ว จะจดจำรสชาติของความเจ็บปวดในการถูกฉีดยาครั้งแรกในวัยเด็กไม่ได้อย่างแน่นอน และทุกท่านจะต้องเคยผ่านประสบการณ์ที่โหดร้ายที่สุดในชีวิตอย่างการถูกฉีดยามาแล้ว และเมื่อมีลูกคุณจะทราบเป็นอย่างดีว่า เด็กส่วนใหญ่จะไม่ค่อยถูกกับโรงพยาบาลหรือคุณหมอเท่าไหร่นัก เพราะเมื่อเด็กไปโรงพยาบาลมักจะถูกฉีดยาแทบทุกครั้ง บางคนเมื่อก้าวเข้าสู่โรงพยาบาลก็ทราบชะตากรรมทันทีเลยว่าวันนี้จะโดนอะไร เลยชิงร้องไห้เสียก่อน ดังนั้นวันนี้จะมาแนะนำให้กับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน ที่ลูกงอแงไม่ยอดไปฉีดยาหรือไม่ยอมไปโรงพยาบาล ว่าจะมีวิธีจัดการอย่างไรให้ลูกแฮปปี้ได้มากที่สุด
วิธีจัดการลูกไม่ชอบโรงพยาบาล หรือไปฉีดยาอย่างไรให้แฮปปี้ที่สุด
1. บอกความจริงกับลูกทุกครั้ง: พ่อแม่หลาย ๆ ท่านกลัวว่าลูกจะงอแงและไม่ยอมไปฉีดยา จึงเลือกที่จะโกหกลูกว่าจะพาไปข้างนอกหรือพาไปเที่ยว ซึ่งวิธีนี้จะเป็นวิธีที่ไม่ควรทำโดยเด็ดขาด รวมทั้งการโกหกว่าฉีดยาไม่เจ็บก็ไม่ควรเช่นเดียวกัน เพราะหากวันไหนที่ต้องไปฉีดยาและคุณโกหกว่าจะไปเที่ยว จะส่งผลให้ลูกหมดความเชื่อถือได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้จะต้องบอกกับลูกโดยตรงเช่นกันว่าฉีดยาจะมีความเจ็บอย่างไรบ้าง หรืออาจจะทดลองด้วยการจิกแขนก่อนฉีดยา ว่าจะมีความเจ็บอยู่ที่ประมาณนี้ เพื่อลดความกลัวและความประหม่าให้แก่ลูกได้ดียิ่งขึ้น
2. พ่อแม่จะต้องเก็บอาการให้เป็น: บางครอบครัวเมื่อถึงวันฉีดยาของลูกแล้ว พ่อแม่มักจะไม่ค่อยเก็บอาการเท่าไหร่นัก ทั้งตื่นเต้นและกังวลไปล่วงหน้า และยิ่งคุณแสดงออกความรู้สึกเหล่านี้มากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ลูกรู้สึกตกใจไปด้วย ดังนั้นทางที่ดีที่สุดพ่อแม่จะต้องตีเนียนและเก็บอาการให้ได้มากที่สุด คอยปลอบลูกอยู่เสมอ เพียงเท่านี้ลูกก็สามารถรับรู้ถึงความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี
3. คุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็ง: เด็กบางคนไม่ชอบการฉีดยาเป็นอย่างมาก แต่พ่อแม่ก็อาจจะรู้สึกสงสารและตามใจลูก จนบางครั้งอาจจะต้องเลื่อนนัดหมอออกไปเลยทีเดียว ซึ่งคุณรู้หรือไม่ว่าการที่คุณไม่ยอมให้ลูกฉีดยา และยิ่งลูกร้องไห้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ยืดเยื้อมากขึ้นไปอีก ดังนั้นทางที่ดีหากพ่อแม่รู้สึกสงสารหรือใจอ่อน แนะนะให้ออกนอกห้อง หรือยืนดูอยู่ห่าง ๆ เพื่อให้คุณหมอได้ทำหน้าที่ให้เสร็จสิ้น เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้ลูกฉีดยาได้อย่างง่ายดาย
เชื่อได้เลยว่าลูกน้อยแทบทุกบ้านจะต้องไม่ชอบการฉีดยาอย่างแน่นอน เพราะการฉีดยาจะเจ็บสำหรับเด็กเป็นอย่างมาก ดังนั้นพ่อแม่ทุกท่านจะต้องรู้จักวิธีหลอกล่อ และใจแข็งให้ได้มากที่สุด แม้ว่าลูกจะร้องไห้ก็ห้ามตามใจโดยเด็ดขาด เพราะไม่อย่างนั้นลูกจะกลายเป็นเด็กที่เอาแต่ใจ หากไม่ได้ตามสิ่งที่ต้องการก็จะร้องไห้ฟูมฟายในทุก ๆ ครั้งนั่นเอง
